สาวรักษาตัวจนหายดี ได้กลับบ้าน

Share:


จากกรณีผู้ใช้แอปพลิเคชั่น TikTok โพสต์คลิปความยาวประมาณ 1.23 นาที พร้อมกับบรรยายข้อความว่า ติด CV19 รักษาหายแล้ว กลับมากักตัวพักอีก 14 วัน ก่อนจะมาแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแล้ว แต่ชาวบ้านมาไล่เหมือนห มูเหมือนหม า ขอความเป็นธรรมด้วย ภาพในคลิปเป็นภาพชาวบ้านประมาณ 20 คน มารุมด่ าและพย าย ามขับไล่ น.ส.พรกมล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่ ว ยติด CV1919 และรักษาหายแล้ว ให้ออกจากหมู่บ้าน หลังจากคลิปนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้าดูเป็นจำนวนมาก มีคนแสดงความคิดเห็นอีกเป็นจำนวนมาก



ส่วนใหญ่ต่อว่าชาวบ้านที่เข้าไปขับไล่ พร้อมตำหนิถึงพฤติกรรมที่ไม่สมควร บางรายตำหนิว่าชาวบ้านใจแคบ และน่าจะไปศึกษาให้มากกว่านี้ เนื่องจากผู้ป่ วยCV19ที่รักษาหายจนไม่พบเ ชื้ อแล้ว จะไม่สามารถแพร่ไปยังผู้อื่นได้ อีกทั้งหญิงสาวรายนี้ก็กั กตัวอยู่ในบ้านคนเดียว ไม่ได้ออกไปไหน ทำตามมาตรการสาธารณสุขทุกอย่าง


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบ น.ส.พรกมล ยังพักอยู่ในบ้านพัก ลักษณะเอาเชือกฟางมาล้อมรอบบ้านเอาไว้ มีป้ายแสดงเตือนชัดเจน โดย น.ส.พรกมล เล่าว่า ตนทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจพบCV19 เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลสตึก จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. และรักษาหายเมื่อวันที่ 11 ส.ค. โดยหมอให้กลับไปพักที่บ้านอีก 14 วัน แต่ต้องทำตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเข้มงวด คือไม่ให้ออกจากบ้าน ไม่ให้ไปใกล้ชิดกับญาติ และผู้อื่นโดยเด็ดขาด ตนก็ทำตามหมอสั่งทุกประการ โดยได้เข้ามาพักอยู่บ้านป้าซึ่งไม่อยู่บ้าน มีตนอาศัยอยู่เพียงคนเดียว




เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. (13 ส.ค.) ได้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 20 คน มายืนอยู่หน้าบ้าน พยายามให้ตนออกจากบ้าน ให้ไปกักตัวอยู่ที่ศาลากลางหมู่บ้านซึ่งเป็นสถานที่กักกัน จนกระทั่งมีการโต้เถียงกันดังกล่าว น.ส.พรกมล กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ตนไม่ยอม เพราะทำถูกต้องตามคำแนะนำของหมอ มีการประสานผู้นำหมู่บ้านก่อนจะเดินทางเข้ามา การกระทำดังกล่าวของชาวบ้านรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มาขับไล่ตนเหมือนเป็นผู้ร้ า ย เหมือนเป็นผี ป อ บ ยืนยันจะพักอยู่ที่นี่จนครบ 14 วัน สิ่งที่ตนรู้สึกน้อยใจคือหนึ่งในกลุ่มชาวบ้านมี อสม. ซึ่งมีความรู้เรื่องนี้ดี มาร่วมไล่ตนด้วย




น.ส.ชัญญญาฤดี อายุ 27 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เข้าไปขั บไ ล่ น.ส.พรกมล บอกว่า ที่พวกตนเข้าไปไ ล่ เพราะก่อนหน้านี้มติของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เข้ามาในหมู่บ้าน จะต้องไปกักตัวรวมกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน เคสนี้ถือว่าเป็นการฝืนมติของหมู่บ้าน จึงเข้าไปพูดคุยขอให้ออกไป แต่ น.ส.พรกมล ไม่ยอม จึงโต้เถียงกันเสียงดัง




ขณะที่ น.ส.กมลรัตน์ อายุ 39 ปี แม่ของ น.ส.พรกมล กล่าวว่าเห็นชาวบ้านมาไล่ลูกสาว รู้สึกสงสาร ทั้งที่ทำทุกขั้นตอนตามมาตรการของสาธารณสุข จึงอยากจะวิงวอนให้ชาวบ้านเห็นใจ ไม่อยากให้มีเรื่องกัน และอยากให้ชาวบ้านศึกษาข้อมูลการติดCV1919 ให้ดีก่อนจะไปขับไล่ลูก




ด้าน น.ส.ณัชฎา อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ได้ออกมาระบุว่า ก่อนที่ น.ส.พรกมล จะมาพักอยู่ที่บ้าน ได้ประสานมาก่อนแล้ว ซึ่งดูแล้วมีองค์ประกอบครบ จึงให้เข้ามาอยู่ พร้อมกับมีการเฝ้าระวังตามมาตรการอย่างเข้มงวดแล้ว กรณีนี้จำเป็นจะต้องให้อยู่ต่อไป จนกว่าจะครบ 14 วัน และอยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา

No comments