ผวา Covid ทั้งจังหวัด จับชาวจีน19 คน หลบหนีเข้าเมืองเชียงใหม่

Share:


เมือวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่สำนักงานกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 (กก.สส.บก.ตม.5) ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ เข้าทำการตรวจสอบบ้านพัก 2 หลัง ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวจีนเข้ามาเช่าบ้านเพื่อพักอาศัย โดยอยู่รวมกันจำนวนมาก มีลักษณะเป็นพิรุธต้องสงสัยว่าจะมาลักลอบกระทำความผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง



จากนั้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ และลงพื้นที่ทำการสืบสวนหาข่าวและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบรายงานสืบสวน จนสามารถขออนุมัติศาลขอหมายค้นได้ กระทั่งวันนี้ (วันที่ 8 ตุลาคม 2563) เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลทำการตรวจค้นบ้าน 2 หลังดังกล่าว


ผลการตรวจค้น พบชาวจีนทั้งชายและหญิงอาศัยอยู่รวมกันภายในบ้านทั้ง 2 หลัง ซึ่งอยู่รวมกันจำนวน 19 คน เป็นชาย 16 คน หญิง 3 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีชาวจีนเพียง 10 คนที่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ ซึ่งทั้ง 10 คนได้เดินทางออกราชอาณาจักรไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลืออีก 9 คน ไม่มีหนังสือเดินทาง และจากการซักถามเบื้องต้นทั้งหมดให้การว่าหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ



เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 19 คน ในข้อหา "เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ว่าราชการจังหวัด (จังหวัดเชียงราย) ตามมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2548 และ เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมกันนี้ได้แจ้งสิทธิ์ให้ผู้ถูกจับกุมผ่านล่ามภาษาจีนทราบแล้วในเบื้องต้น จากนั้นจึงนำตัวผู้ถูกจับ ส่งพนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5 จะได้ทำการสืบสวนหากลุ่มขบวนการนำพา ช่องทางการนำพา และกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป


ด้าน นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการที่ ตม.5 ได้มาจับกุมชาวจีนที่หลบหนีเข้าเมืองในหมู่บ้านจัดสรร อ.เมืองเชียงใหม่ ตรงนี้เป็นหนึ่งในมาตรการของจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้ดำเนินการในการควบคุมโควิด-19 มาโดยตลอด ทั้งเรื่องการป้องกันตามบริเวณแนวชายแดน การสกัดกั้นบริเวณด่านตรวจทุกแห่ง และที่สำคัญคือการฝากให้พี่น้องประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ หรือ อสม. ท้องถิ่น ชุดปฏิบัติการโควิดตำบลหมู่บ้าน ได้คอยสอดส่องชาวต่างชาติที่เข้ามาโดยเฉพาะชาวเมียนมา ชาวต่างชาติที่เข้ามาโดยไม่เป็นปกติวิสัย ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่า พบชาวต่างชาติ พบบ้านต้องสงสัย ทาง ตม. จึงดำเนินการขอหมายค้นจากศาลแล้วทำการจับกุมได้ชาวจีน 19 คน



"หลังจากนี้ก็จะเข้าสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายโดยจะส่งศาล และนำฝากขังในเรือนจำต่อไป กระบวนการต่างๆ ต่อจากนี้มีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนเรือนจำ ทางจังหวัดได้มีมาตรการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ในการที่จะส่งตัวเข้าเรือนจำต้องมีการกักตัวเพื่อตรวจสอบเฝ้าดูอาการอีก 14 วัน ก่อนที่จะเข้าไปในเรือนจำ ซึ่งเป็นมาตรการที่ทางสาธารณสุขร่วมกับทางราชทัณฑ์ดำเนินการอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการของจังหวัดเชียงใหม่ในการสร้างความมั่นใจในการควบคุมโควิด -19 ได้" รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าว

ส่วนนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีคนจีนที่ ตม. จับได้แล้วรายงานให้ทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ทางสาธารณสุขฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บตัวอย่างของทั้ง 19 คน เพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเชื้อต่อไป การดำเนินการตรงนี้ก็เป็นมาตรการในการที่ใครก็ตามที่เข้าเมืองมาหากตรวจจับตรวจพบไม่ว่าจะเป็นจากการแจ้งจากชาวบ้านหรือจากการจับกับของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรวจจับได้ ทั้งหมดจะได้รับการตรวจหาเชื้อตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ ต่อจากนี้ก็จะส่งเข้าเรือนจำซึ่งทางเรือนจำก็จะมีมาตรฐานในการรับนักโทษใหม่ที่จะเข้าสู่เรือนจำให้ปลอดภัย ซึ่งจะมีการกักตัวไว้ก่อน 14 วัน เมื่อครบก็จะมีการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง เมื่อปลอดภัยแล้วจึงจะส่งเข้าส่วนชั้นในของเรือนจำ ก็ขอมั่นใจว่าในส่วนเรือนจำนั้นมีมาตรการในการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 เข้มข้น เพื่อไม่ให้มีการระบาดในเรือนจำได้

"เบื้องต้นทั้ง 19 รายนี้จะเข้าสู่ระบบการคัดกรอง ตรวจสอบกักตัวตามมาตรการที่ทางสาธารณสุขได้วางไว้ ส่วนผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากห้องปฏิบัติการน่าจะทราบได้ในวันพรุ่งนี้" นพ.สสจ.เชียงใหม่ กล่าว

ขอบคุณข้อมูล แนวหน้า

No comments