แม่น้องกองบิน สุดช้ำใจ ครูไม่มาขอโทษตนสักคำ

Share:


จากกรณีคุณครูลืม น้องกองบิน เด็กชายวัย 2 ขวบ ไว้ในรถตู้รับส่งนักเรียน ที่จอดกลางแดดร้อนจัด ตั้งแต่เวลา 07.30 น. จนมาพบตัวในเวลา 13.30 น. มีอาการสาหัส รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช แพทย์เผยว่าอยู่ในอาการวิกฤต ตับ ไตเริ่มไม่ทำงาน และมีอาการสมองบวม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 63 กระทั่งน้องกองบินเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 15 ส.ค.63 เวลา 17.20 น.



ที่บ้านเลขที่ 333 บ้าาห้วยกลาง ต.กระทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของน้องกองบิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า น.ส.สุวภัทร ไชยธรรม แม่ของน้องกองบิน เผยว่า เล่าว่า สำหรับช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 16 ส.ค. ครูสุนิษฐา ผูกพาณิชย์ หัวหน้าศูนย์อบรมเด็ก และครูวิลัยวรรณ ริยาพันธ์ หรือครูหยุ่น ครูเวรที่นั่งรถตู้ในวันเกิดเหตุ ก็ได้เดินทางมาที่บ้านของตน โดยมาบริจาคเงินให้ตน จำนวน 100,000 บาท แต่เงินที่ตนได้รับนั้น ไม่สามารถแลกกับชีวิตลูกชายตนได้ ส่วนสามีของครูสุนิษฐา คนที่ขับรถมารับน้องกองบินในช่วงแรกนั้น เขาไม่ได้มาที่งานศพด้วย ตอนที่ครูทั้ง 2 คนมาถึง เขาก็ได้ขอโทษยายของน้องกองบิน แต่เขาไม่ได้ขอโทษตนแม้แต่สักคำ แม้แต่พูดเขาก็ไม่เอ่ยปากพูดกับตน จากนั้นเขาก็ไหว้ขอขมาศพ ตนจึงพูดขึ้นมาว่า กรวดน้ำให้ลูกหนูหน่อย อย่าได้ต้องจองเวรจองกรรมไปถึงชาติหน้า


ทั้งนี้ครูทั้ง 2 คนก็ไม่ได้บอกกับตน ว่าสาเหตุที่ลืมลูกชายไว้ในรถตู้มาจากอะไรอีกด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เท่าที่ตนได้ฟังข่าว ที่ครูเขาบอกว่าลูกชายของตนหลับอยู่ในรถ ถ้าลูกชายตนหลับ เขาจะไม่มีทางมองเห็นลูกชายเลยหรือ ตอนที่ตนส่งลูกชายขึ้นรถ ตนยืนอยู่บริเวณหน้าประตูรถตู้ ตนยังมองเห็นเด็กนักเรียนคนอื่นเลย



หากจะสอบถามว่า ตนจะมีการฟ้องร้องเอาเรื่องครูที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือไม่นั้น ตนรอให้เสร็จงานศพลูกชายก่อน ตนถึงจะมีการพูดคุยในส่วนของคดีความ เพราะตอนนี้ตนเหนื่อยมาก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ตนไม่ทันตั้งตัวจริง ๆ ตนตั้งความหวังในตัวน้องกองบินไว้มาก กองบินเป็นลูกคนแรกในครอบครัว และเป็นหลานคนแรกของคุณตา คุณยาย ตนวางแผนไว้ว่าถ้าเขาเรียนจบระดับอนุบาล ตนจะให้กองบินไปเรียนต่อระดับประถมศึกษาในโรงเรียนเอกชน ให้เขาได้เรียนภาษาต่างประเทศ ได้เรียนว่ายน้ำ และถ้าเขาเรียนจบ ตนจะให้เขาไปเรียนเตรียมทหาร เพราะลูกชายตนเองชื่อกองบิน ตนอยากให้เขาเป็นนักบิน


ส่วนกรณีหลังจากที่ตนส่งลูกชายในวันที่ 11 ส.ค.63 แล้วกิ่งไม้ล้มมาใส่หลังคาบ้านตนนั้น ตนคิดว่าน่าจะเป็นลางสังหรณ์ ตนก็อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่าง และเป็นอุทาหรณ์สำหรับครูทุกคน ส่วนครูที่ก่อเหตุ เขาไม่พูดคุยกับตน ไม่ขอโทษตนสักคำเดียว เขาน่าจะมีสำนึกมากกว่านี้ ถ้าเขาขอโทษตนตน อาจหายแค้นมากกว่านี้ก็ได้



ขอบคุณ amarintv

No comments