ผมทนไม่ไหว ลุงพลแฉวีรกรรม แม่น้องชมพู่ ทำกับลูกได้

Share:


จากกรณี น้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ หายจากบ้านใน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม กระทั่งไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กิโลเมตร ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอแฝง



แต่ผ่านไปเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถคลี่คลายคดีได้ โดยหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการคุมตัว นริน เชื้อคมตา วัย 48 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี หลังพบว่ามีการก่อเหตุอนาจารเด็ก 5 ขวบ ที่เป็นหลานสาว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่น้องชมพู่จะเสียชีวิต

ล่าสุดวันที่ 6 ก.ค.63นางสมพร หลาบโพธิ์ ป้าน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าน้องสาว สงสัยลุงพล มีเพียงยายเล่าให้ตนฟังเกี่ยวกับเรื่องเงาะในวันที่กลับมาจากพระ ส่วนตัวพอทราบเรื่องว่าน้องสาวสงสัยครอบครัวตน โดยเฉพาะลุงพล ยอมรับว่า ครั้งแรกที่ได้ยิน ความรู้สึกคือ สงสารตัวเอง เหตุที่ตนไม่ได้เข้าบ้านของน้องชมพู่ เป็นเพราะจุดเริ่มต้น คือ ช่วงก่อนเผาศพชมพู่ ลุงพลได้ไปออกรายการหนึ่ง แล้วเกิดไปพูดถึงคนหนึ่ง

ทำให้ครอบครัวเขาไม่พอใจ จะให้ไปขอขมา ซึ่งลุงพลก็มองว่าไม่ได้ผิด เพราะที่บอกในรายการ แค่บอกว่าเป็นคนข้างบ้าน ไม่ใช่คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้าย ตนก็มองว่าลุงไม่ได้ผิด เลยไม่ได้ให้ไปขอขมา ซึ่งน้องสาวก็ไปขอขมาเอง ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่ถูกต้องในความรู้สึก ทำให้เป็นจุดเริ่มต้น หลังเผาศพน้องชมพู่ ตนและลุงพลไม่ค่อยได้เข้าไปที่บ้านของน้องสาว



ภาพจาก amarintv

ส่วนที่น้องสาวบอกว่า เขาเป็นผู้สูญเสีย แล้วทำไมต้องเป็นฝ่ายให้กำลังใจตน ทั้งนี้ตนก็อยากชี้แจงตามความรู้สึกว่า ตั้งแต่ลุงพลรู้ว่าหลานหายตัวไป ก็ตามหาน้องตลอด ทำทุกอย่าง ตามความคิดตนนั้น ลุงมีความหวังดี เสียสละทุกอย่าง ทำทุกอย่างที่ให้เห็นหลาน เจ้าหน้าที่มาทุกครั้งก็ให้ความร่วมมือ พาขึ้นเขาลุงพลก็พาไป ตนรู้ว่าน้องสาวสูญเสีย ตนเข้าใจความรู้สึกคนเป็นพ่อแม่ว่ารู้สึกอย่างไร ตนก็ไม่เคยพูดอะไรออกมาที่ทำให้น้องเสียความรู้สึก แต่พอตนมาเจอเรื่องราวแบบนี้ ตำรวจเพ่งมาทางตนหนักมาก หนักกว่าญาติคนอื่น ๆ


ป้าแต๋น บอกอีกว่า ตอนที่ตนเองถูกล้อมบ้าน แต่ไม่เคยได้รับกำลังใจจากน้องสาวเลย แต่น้องสาวก็ระบุว่าห่วงกระแสข่าวที่ว่า เป็นชู้กับลุงพล ตนเองไม่เคยคิดแบบนั้น ก็อยากจะบอกว่า คิดทำไม ในเมื่อเราไม่ได้เป็นชู้กับลุง ไม่เห็นต้องคิดอะไร แค่ขับรถมาหาที่บ้าน มาให้กำลังใจ มาถามไถ่ว่าตำรวจเอาอะไรไปบ้าง มันก็สามารถทำได้ คนที่เขาบอกว่าเราเป็นชู้ ก็ไม่ใช่คนที่รู้จัก ทำไมต้องไปแคร์ความรู้สึกเขา

ล่าสุดเมื่อวานนี้ ยายสมควรมาคุยกับตน บอกว่ามีพยานเห็นว่าช่วงเช้าลุงพลใส่ชุดที่ไม่ใช่ชุดทำงาน อยู่ที่สวนยาง เป็นชุดเหมือนตอนไปส่งพระ ซึ่งตนเองก็ยืนยันว่าตอนนั้นลุงพลไม่ได้ใส่ชุดไปรับพระ ตนก็รู้สึกว่าทำไมถึงฟังคนอื่น ทำไมไม่ฟังที่ครอบครัวตน ไม่เคยมาถามตนบ้าง แค่นี้ก็เชื่อเขา

แต่ทำไมไม่คิดว่าตอนชมพู่หาย ตน ลุงพล ก็อยู่แม่ชมพู่ ช่วงเวลาที่สะดิ้งมาหาตน ตนเองก็ยืนยันว่าลุงพลออกจากบ้านไปแล้ว ส่วนจะสงสัยว่าทำไมไปรับพระนาน ตนเองชี้แจงว่า ลุงพลเป็นคนที่มีสัมมาคารวะ เวลาไปรับพระไม่ได้ไปถึงแล้วก็ลงมาเลย ทั้งช่วยยกของ ทั้งคุยกับพระ ขนของ และยอมรับว่าไม่ได้ดูเวลาตลอด เราไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นถึงต้องจำเวลา



ภาพจาก amarintv

นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ เปิดใจหลังจากรู้ว่าแม่น้องชมพู่สงสัย เปิดเผยว่า ประเด็นแรกที่สงสัยคือตนไม่ไปเหยียบบ้านน้องชมพู่ หลังจากเผาศพเลย ตนชี้แจงว่า ปกติก็ไม่ค่อยไปขึ้นบ้านน้องชมพู่ ชีวิตตนก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว น้องก็เผาแล้ว ตนก็เลยไม่ได้ขึ้นไป ตนคิดว่าแค่ตนคนเดียวที่ไม่ไปให้กำลังใจ แสดงความเสียใจ คงไม่เป็นประเด็นที่ทำให้ต้องมาสงสัยตน เพราะตนใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งครอบครัวของแม่น้องชมพู่ ก็ไปหากันตลอดอยู่แล้ว หากตนไปให้กำลังใจ ไปนั่งกินข้าว ไปหาบ่อย ๆ ตนมองว่าแบบนั้นจะเป็นเรื่องที่แปลก ไม่ใช่นิสัยของตน ตนเป็นคนง่าย ๆ ไม่ยึดติดอะไร

ส่วนที่นางสาวิตรี บอกว่าเป็นฝ่ายสูญเสีย ตนขอชี้แจงว่า ตนน้อยใจคือวันที่ตำรวจมาล้อมบ้าน วันนั้นพ่อแม่น้องชมพู่ ควรมาสอบถามความรู้สึกตนบ้าง ว่าตนเจอเหตุการณ์อะไร เจอเรื่องแบบนี้เป็นไปได้ไหมว่า บนรถของตนอาจจะมีดีเอ็นเอของหลานอยู่ เพราะน้องชมพู่เคยนั่งรถตน ซึ่งแม่น้องชมพู่ไม่เคยออกมาปกป้องเรื่องนี้ผ่านสื่อ เวลาพูดออกสื่อก็ไปพูดอีกแบบหนึ่ง เหมือนกับพยายามกล่าวหาตนว่ายังเป็นคนที่มีความน่าสงสัย แม่ชมพู่ไม่เคยพูดเลยว่าไม่สงสัย ลุงรักน้องชมพู่ หรือตัดลุงออกไป ซึ่งแม่น้องชมพู่ก็พูดอ้อมตลอด และตนก็สงสัย ทำไมแม่น้องชมพู่ ถึงต้องจงใจสงสัยเรา"


ส่วนประเด็นไปรับพระแล้วใช้เวลานาน ตนเองขอชี้แจงว่า หลังจากตนอาบน้ำเสร็จ แล้วขับรถไปรับพระ ทุกอย่างที่ตนพูดออกไป มันเป็นนาฬิกะ ไม่ใช่นาฬิกา เพื่อบอกให้ตำรวจลงเวลาให้ชัดเจน ตำรวจก็ต้องการเวลาชัดเจน ตนก็ต้องคำนวน กะ คาดเดาเอาว่าเวลาไหน เพราะตนไม่ได้ดูเวลาจากนาฬิกา แต่คิดได้อย่างหนึ่ง ตนไม่ได้ผ่านบ้านน้องชมพู่ เวลาแค่นั้นจะทำอะไรได้ ซึ่งตนจะทำไปเพื่ออะไร ตนนำน้องมาเลี้ยงเองไม่ดีกว่าเหรอ หากตนต้องทำร้ายน้อง

ถ้าหวยออกมาจับที่ตน ตนก็จะสู้ สู้เพื่อให้รู้ว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ตนมั่นใจว่าตัวเองไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวแน่นอน ตนเองคิดว่าตำรวจเมืองไทยไม่ทำแบบนั้น เพราะตำรวจดี ๆ ไม่ทำแบบนั้นแน่นอน ต้องตรงมาตรงไป ตำรวจดี ๆ ต้องไม่จับแพะจับลา

ในเวลา 20.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่นางสมพร หรือ ป้าแต๋น กำลังนั่งดูรายการทุบโต๊ะข่าวที่กำลังออกอากาศสด ก็ได้รองไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เพราะได้ยินคำสัมภาษณ์ที่น้องสาว ก็คือแม่ของน้องชมพู่ ที่ให้สัมภาษณ์พาดพิงมาที่สามีของเธอเอง

ทีมข่าวได้คุย นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ เปิดเผยอีกว่า ตนมีประเด็นสงสัยเพิ่มเติมกรณีบ้านน้องชมพู่ ทั้งเรื่องไม่ยอมขึ้นภูเหล็กไฟ ที่จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยขึ้น ไม่เคยแม้แต่ไปเชิญดวงวิญญาณ ส่วนกระเป๋าที่พ่อชมพู่ให้ตนขึ้นไป ก็เพิ่งมาทราบว่ามีลิ้นจี่ที่เน่าแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าลิ้นจี่เน่า ครอบครัวชมพู่เตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่วันไหนจนลิ้นจี่เน่า

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องถุงเสื้อผ้าน้องชมพู่ ที่เผาไปกับศพ ซึ่งครอบครัวชมพู่เผาไป ซึ่งไม่รู้ว่ามีเสื้อน้องชมพู่ที่หาไม่เจอ เผาไปด้วยหรือไม่ ซึ่งตนพยายามไม่คิดเรื่องประเด็นนี้ เพราะเป็นคนในครอบครัว ตนขอยืนยันว่ายังน้อยใจ ตนทำให้ทุกอย่าง ไม่เคยได้แม้คำขอบคุณ แต่ตอนนี้ไม่ต้องการแล้ว ตนไม่ขอแก้ตัว คนย่อมสงสัยได้ แต่ขอให้มีหลักฐาน



ภาพจาก amarintv

ส่วนเรื่องแม่ชมพู่อ้างว่า กลัวประเด็นเป็นชู้ ตนก็คิดว่า แม่น้องชมพู่รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ชู้ ทำไมต้องกังวล หากแม่น้องชมพู่คิดแบบนี้ แสดงว่าแคร์คนในโลกโซเชียลมีเดียมากกว่าหรือไม่ ตนให้กำลังใจครอบครัวชมพู่เสมอ ตนอาจไม่ได้เดินไปบอก แต่ตนให้กำลังใจผ่านการกระทำ ให้การช่วยเหลือ อย่างตนไปรายการทีวี ได้เงินมา 3,000 บาท ก็มอบให้ครอบครัวน้องชมพู่ทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ตนก็ไม่มีเงิน ตนก็งงว่าคิดแบบนั้นกับตนได้อย่างไร

วันนี้หากย้อนกลับไปได้ ตนรู้ว่าบั่นปลายจะมาถูกสงสัยจากแม่น้องชมพู่ ตนจะไม่ช่วยเหลือ จะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ส่วนเรื่องบวช หากจบเรื่อง ตนจะบวชเหมือนเดิม เพราะตนทำเพื่อน้องชมพู่ ไม่ได้ทำเพื่อพ่อแม่น้องชมพู่

อย่างไรก็ตาม ความในใจที่ญาติมีต่อลุงพลนั้น ตากับยายของน้องชมพู่ ไม่เชื่อว่าลูกเขยจะเป็นคนลงมือกับน้องชมพู่ จึงมีเพียงนางสาวิตรี ที่สงสัยในตัวลุงพล ซึ่งผู้ที่จะประสานรอยร้าวนี้ได้ ก็มีเพียงนางสมควร ยายของน้องชมพู่ เพื่อทำให้คนในครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนปกติ

No comments