ลุงพล ทนไม่ไหว แฉกลับแม่น้องชมพู่ทันควัน พบพิรุธเต็มๆ

Share:


เรียกได้ว่าเป็นซีรี่เรื่องยาวเลยทีเดียว จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ อายุ 3 ปี ที่ไปพบศพอยู่บนภูเหล็กไฟ จ.มุกดาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ยาวนานร่วม 2 เดือน เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดระหว่างครอบครัวแม่น้องชมพู่กับครอบครัวลุงพลถึงขั้นประกาศแตกหักกันไปแล้ว เพราะทางด้านแม่น้องชมพู่เอ่ยปากออกสื่อว่าสงสัยลุงพล เมื่อทางครอบครัวลุงพลทราบเรื่องก็ขอพูดบ้าง ว่าตนเองนั้นก็สงสัยแม่กับพ่อน้องชมพู่เช่นกัน



ฟังชัดๆจากปากแม่น้องชมพู่ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตนและสามี ไปพูดคุย ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติม ถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้าย ระหว่างที่ทีมข่าวสอบถามเรื่องการพุ่งเป้าคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่พุ่งเป้าไปที่ลุงพล หรือนายไชยพล วิภา ลุงของน้องชมพู่นั้น แม่น้องชมพู่ก็พูดขึ้นมาเป็นเสียงหนักแน่นว่า ตนจะไม่ปิดกั้นความรู้สึกอีกแล้ว ตนขอตอบตรง ๆ เลยว่าตนก็สงสัยลุงพลเหมือนกัน เรื่องนี้ตนเก็บมานานแล้ว ตนเก็บความรู้สึกมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะหลังจากเผาศพน้องชมพู่ที่ป่าช้าท้ายหมู่บ้าน ลุงพลก็ไม่เคยมาเหยียบที่บ้านตนอีกเลย ไม่ใช่เพราะที่ตนให้ข่าวว่าตนเคืองลุงพล เพราะเขาชอบไปหาพวกร่างทรง หรือหมอธรรม ตนสังเกตว่าตั้งแต่ออกจากป่าช้า

วันที่เผาน้องชมพู่แล้ว ลงพลไม่เคยมาที่บ้านตนเองเลย จะเห็นมีครั้งหนึ่งที่มาก็วันที่หมอปลามาทำพิธีที่บ้านตนวันนั้น แต่วันนั้นตนก็ไม่ได้อยู่บ้าน จึงไม่ได้พูดคุยกัน โดยตนไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่จะให้สัมภาษณ์ว่า ตนสงสัยลุงพล เพราะตนก็ทำใจนานแล้ว แต่ตนก็แค่ยังไม่มีหลักฐานจะเอาผิด ที่ลุงพลอ้างว่าไม่อยากมาที่บ้านตนเพราะแขกมาเยอะ ตนก็อยากให้ย้อนมองดูน้อง ๆ คนอื่น ๆ ด้วย ก็ยังไปมาหาที่บ้านอยู่เลย มาแทบทุกวันด้วยซ้ำ นางสมควร แม่ของตนมีลูกอยู่ 5 คน ก็มีแค่ลุงพลกับป้าแต๋น ที่ไม่กล้ามาที่บ้านของตน

ตนจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่ลุงพลบอกว่า ตนไม่ให้กำลังใจเขา ตนก็อยากบอกว่าลูกของตนเองเสียชีวิต เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายมาให้กำลังใจ ช่วงแรก ๆ ที่ตำรวจเรียกสอบลุงพลบ่อย ๆ ป้าแต๋นก็บ่นว่าไม่มีเงิน ตนก็ยังควักเงินให้ป้าแต๋น 1,000 บาท อยู่ที่ สภ.กกตูม และมีช่วงหนึ่งมีข่าวลือว่า ตนเป็นชู้กับลุงพล ตอนนั้นน้องโอม ลูกชายของลุงพลไม่สบาย ตนก็ยังเคยฝากน้าต่ายเอาเงินจำนวน 2,000 บาท ไปช่วยเหลือเขา ตนก็อยากให้ไปสอบถามลุงพลด้วย ว่าเรื่องนี้จริงไหม ทั้ง ๆ ที่ตนเป็นฝ่ายสูญเสีย แทนที่เขาจะต้องมาปลอบใจตนเอง


ในส่วนของคดี ถ้าคนร้ายเป็นลุงพลจริง ๆ ตนก็สงสัยเขาเรื่องช่วงเวลา ไทม์ไลน์วันที่ 11 พ.ค.63 ที่น้องชมพู่หายตัวไป เพราะช่วงเวลาที่ลุงพลไปรับพระ ทำไมถึงใช้เวลานานจัง ลุงพลไปอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ ตนก็อยากให้เขาตอบตนประเด็นนี้ด้วย ทั้งนี้ตนยอมรับว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.63 ได้ไปพูดกับยายสมควร แม่ของตนแแบบเปิดใจคุยกันว่า



แม่หนูอยากบอกแม่ว่า หนูสงสัยลุงพล อยากให้ลุงพล มาชี้แจงว่าเวลาที่เขาไปรับพระ ทำไมมันนานจัง” แต่ตนไม่ได้ไปบอกนางสมควร ให้เตรียมใจยอมรับ หากลุงพลเป็นคนร้ายแต่อย่างใด ตนยังมีข้อมูลมากกว่านี้ แต่ที่เหลือตนขอเก็บข้อมูลไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้เรียกตนและสามีไปสอบแล้ว ส่วนใหญ่จะเรียกไปปรึกษา ในส่วนของการติดตามตัวคนร้าย และตนก็ยังเชื่อมั่นในฐานะพยานหลักฐาน และการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ในส่วนของลุงพลก็มีคำถามคาใจเช่นเดียวกันที่เก็บไว้แต่ยังไม่เคยพูด ลุงน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนมีประเด็นสงสัยเพิ่มเติมกรณีบ้านน้องชมพู่ ทั้งเรื่องไม่ยอมขึ้นภูเหล็กไฟ ที่จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยขึ้น ไม่เคยแม้แต่ไปเชิญดวงวิญญาณ ส่วนกระเป๋าที่พ่อชมพู่ให้ตนขึ้นไป ก็เพิ่งมาทราบว่ามีลิ้นจี่ที่เน่าแล้ว

ตนก็ไม่รู้ว่าลิ้นจี่เน่า ครอบครัวชมพู่เตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่วันไหนจนลิ้นจี่เน่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องถุงเสื้อผ้าน้องชมพู่ ที่เผาไปกับศพ ซึ่งครอบครัวชมพู่เผาไป ซึ่งไม่รู้ว่ามีเสื้อน้องชมพู่ที่หาไม่เจอ เผาไปด้วยหรือไม่ ซึ่งตนพยายามไม่คิดเรื่องประเด็นนี้ เพราะเป็นคนในครอบครัว ตนขอยืนยันว่ายังน้อยใจ ตนทำให้ทุกอย่าง ไม่เคยได้แม้คำขอบคุณ แต่ตอนนี้ไม่ต้องการแล้ว ตนไม่ขอแก้ตัว คนย่อมสงสัยได้ แต่ขอให้มีหลักฐาน



ส่วนเรื่องแม่ชมพู่อ้างว่า กลัวประเด็นเป็นชู้ ตนก็คิดว่า แม่น้องชมพู่รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ชู้ ทำไมต้องกังวล หากแม่น้องชมพู่คิดแบบนี้ แสดงว่าแคร์คนในโลกโซเชียลมีเดียมากกว่าหรือไม่ ตนให้กำลังใจครอบครัวชมพู่เสมอ ตนอาจไม่ได้เดินไปบอก แต่ตนให้กำลังใจผ่านการกระทำ ให้การช่วยเหลือ อย่างตนไปรายการทีวี ได้เงินมา 3,000 บาท ก็มอบให้ครอบครัวน้องชมพู่ทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ตนก็ไม่มีเงิน ตนก็งงว่าคิดแบบนั้นกับตนได้อย่างไร วันนี้หากย้อนกลับไปได้ ตนรู้ว่าบั่นปลายจะมาถูกสงสัยจากแม่น้องชมพู่ ตนจะไม่ช่วยเหลือ จะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ส่วนเรื่องบวช หากจบเรื่อง ตนจะบวชเหมือนเดิม เพราะตนทำเพื่อน้องชมพู่ ไม่ได้ทำเพื่อพ่อแม่น้องชมพู่

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

No comments