คนเจอของเล่นชมพู่ ถูกขู่หุบปาก พยาน 3 คนชี้ชัดย้ายของเล่นหลังอุ้ม

Share:


ยังจับคนร้ายไม่ได้ก็ยังเป็นที่จับตาของสังคมอยู่ไม่ห่างสำหรับคดีน้องชมพู่ จากกรณีน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้าน ในพื้นที่ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กิโลเมตร

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่หาเบาะเเสเรื่องรถเเบ็กโฮ ในหมู่บ้านกกกอก หลังมีชาวบ้านพบเห็นอยู่ตรงหลุมใต้เปล จุดสุดท้ายที่น้องชมพู่หายตัวไป ล่าสุดวันที่ 2 ก.ค.63 ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะเเสเรื่องรถเเบ็กโฮ ในหมู่บ้านกกกอก โดยให้นางเเตงโม พาเดินชี้จุดที่พบ ซึ่งข้อมูลจากตำรวจ ระบุว่า หลังจากวันที่น้องชมพู่หายตัวไป มีชาวบ้านเห็นว่ารถแบ็กโฮยังอยู่ข้างล่างตรงหลุมใต้เปล และคนที่เห็นไม่ได้มีคนเดียว ตำรวจได้สอบปากคำไว้หมดแล้ว

ทั้งนี้จึงวิเคราะห์ว่าในเมื่อมีคนเห็นว่ารถแบ็กโฮอยู่ข้างล่าง แต่หลังจากที่พบศพของน้องชมพู่ กลับพบว่าแบ็กโฮอยู่ข้างบน แสดงว่ามีคนที่นำพารถของเล่นขึ้นไปเพื่อสร้างเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถตีวงแคบ ในการหาคนร้ายได้ เพราะคนที่จะสามารถหยิบรถแบ็กโฮไปได้นั้น เชื่อว่าคนอื่นต้องไม่สงสัยในการขนย้ายรถแบ็กโฮ เพราะตามวิสัยของคนร้าย คงไม่มีใครกลับเข้ามาที่เกิดเหตุเป็นรอบที่ 2

ทั้งนี้จึงวิเคราะห์ว่าในเมื่อมีคนเห็นว่ารถแบ็กโฮอยู่ข้างล่าง แต่หลังจากที่พบศพของน้องชมพู่ กลับพบว่าแบ็กโฮอยู่ข้างบน แสดงว่ามีคนที่นำพารถของเล่นขึ้นไปเพื่อสร้างเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถตีวงแคบ ในการหาคนร้ายได้ เพราะคนที่จะสามารถหยิบรถแบ็กโฮไปได้นั้น เชื่อว่าคนอื่นต้องไม่สงสัยในการขนย้ายรถแบ็กโฮ เพราะตามวิสัยของคนร้าย คงไม่มีใครกลับเข้ามาที่เกิดเหตุเป็นรอบที่ 2


จนกระทั่งเห็นภาพปรากฎในข่าวว่าพบรถเเบ็กโฮอยู่บนเขา ตนจำได้เเม่นว่าเป็นรถคันที่เห็นตอนเเรก ก็ไม่ทราบว่าใครนำขึ้นไป เพราะตอนนั้นชาวบ้านเเต่ละคนก็ต่างวุ่นกับการค้นหาน้องชมพู่ จึงไม่ได้สนใจเรื่องรถ ส่วนเรื่องนี้ที่ไม่ได้พูดตั้งแต่แรกก็เพราะตำรวจและนักข่าวไม่เคยสอบถามเลย

ซึ่งตนก็กลัวว่าหากพูดเรื่องนี้ไปแล้ว จะทำให้ไม่ปลอดภัยและเป็นอันตรายต่อตัวเอง เพราะเพื่อน ๆ หลายคนก็เตือนว่าไม่ต้องพูด เพราะหากคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่ ก็อาจจะมาทำอันตรายได้ ทั้งนี้ในวันที่ 29 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 06.00 น. ตนเปิดประตูบ้าน เตรียมสำรับกับข้าวเพื่อจะนั่งกินข้าวที่เเคร่ไม้หน้าบ้าน บังเอิญเห็นกระดาษใบหนึ่งวางอยู่บนเเคร่ ลักษณะเป็นกระดาษที่ฉีกจากสมุด มีข้อความที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินว่า อย่าพูดมาก อย่ารู้มาก ระวังจะเข้าตัว ตนก็ไม่ทราบว่าใครนำมาวางไว้ เเต่ก็ได้เผาทำลายจดหมายดังกล่าวไปเเล้ว เพราะไม่คิดว่าจะสำคัญอะไร

เเต่นางเเตงโมมานั่งคิดภายหลัง ว่าตนเป็นคนเเรกที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องรถเเบ็กโฮ ที่ผ่านมาก็มีเพื่อน ๆ คอยเตือนหลายครั้ง ในเรื่องการให้ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งตนไม่ทราบว่าคนที่นำกระดาษมาวางไว้มีวัตถุประสงค์อะไร อย่างไรก็ตามหากคนที่นำมาวางเป็นเพื่อน ก็อาจจะเป็นการเตือนด้วยความเป็นห่วง เเต่ถ้าหากคนที่นำมาวางเป็นคนร้าย ตนก็รู้สึกไม่ปลอดภัย


ทีมข่าวเดินทางมาพบกับ นางพงศ์สุดา เชื่อคนแข็ง ย่าน้องอชิ ซึ่งพาทีมข่าวมาดูของเล่นของอชิ ส่วนใหญ่จะเป็นรถของเล่น และเป็นรถแบ็กโฮตักดิน นับแล้วยังมีรถแบ็กโฮหลงเหลืออยู่ 7 คัน เป็นทั้งคันเล็ก คันใหญ่ แต่ไม่เหมือนคันที่พบอยู่บนเขา

นางพงศ์สุภา เปิดเผยว่า น้องอชิ ชอบเล่นรถแบ็กโฮกับรถดั้ม ซึ่งปกติมีหลายคัน ตนเก็ไม่แน่ใจ แต่คันที่พบบนภู น้องอชิ ชอบมากที่สุด และชอบถือไปเล่นกับน้องชมพู่ ส่วนคันอื่น ๆ มักจะหัก พัง และไม่สมบูรณ์เหมือนคันนี้ ช่วงแรก ๆ ที่ตำรวจมาถามน้องอชิ ว่ารถแบ็กโฮใช่ของอชิหรือไม่ น้องอชิยังบอกว่าใช่ และยังบอกว่าตำรวจเอารถของอชิไปแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าน้องอชิ เอารถแบ็กโฮคันดังกล่าวไปเล่นที่บ้านชมพู่ ส่วนตัวเข้าไปที่บ้านชมพู่ตั้งแต่เช้า ตนก็เข้าไปดูที่บ้านชมพู่ แต่ไม่ทันได้สังเกตรถแบ็กโฮ เพราะตนไม่รู้ว่าหลานเอามาเล่น ตนก็ออกไปตามหาน้องชมพู่เพียงอย่างเดียว ตนไม่รู้ว่ารถแบ็กโฮขึ้นไปภูได้อย่างไร แต่อาจจะขึ้นไปพร้อมน้องชมพู่ หากมีคนเห็นว่ารถยังอยู่ ตนก็ไม่แน่ใจว่าใครจะเอาขึ้นตามไป และเมื่อเช้าที่ผ่านมา น้องอชิยังเข้าไปเรียกชมพู่ไปโรงเรียนด้วยกัน เพราะวันนี้เปิดเทอมวันแรก

ต่อมาทีมข่าวได้มาพูดคุยกับนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับกรณีรถแบ็กโฮที่นางแตงโมให้ข้อมูลนั้น เมื่อคืนนี้ตนก็ได้สอบถามน้องสะดิ้งว่า น้องชมพู่หายตรงไหน สะดิ้งก็ชี้ไปที่ใต้ต้นมะม่วง แต่พอตนไปดูที่ใต้ต้นมะม่วง ตนก็จำได้ว่าตนไม่เจอรถแบ็กโฮ ซึ่งถ้าหากว่านางแตงโม พบเห็นรถแบ็กโฮจริง ตนก็คิดว่ามีผลดีต่อรูปคดี อย่างไรก็ตาม เมื่อสรุปการมองเห็นหรือการสังเกตว่ามีรถแบ็กโฮของเล่นอยู่ที่ใต้เปล พบว่ามีเพียง นางแตงโม นางชะอม และหญิงปริศนาอีกคน ที่ยืนยันตรงกันว่าเห็นจริงอย่างแน่นอน

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

เรียบเรียง มุมข่าว

No comments