แม่น้องชมพู่ แสดงออกชัดเจน หลังลุงพลงานเข้า ตกเป็นผู้ร้ายอีกรอบ

Share:


กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวนางสมพร หรือ ป้าแต๋น ไปสอบเพิ่มเติมในวันที่ 29 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ซึ่งนางสมพร บอกว่า ตำรวจถามว่าตนและสามีทำอะไรที่ไหนในวันที่ 11 พ.ค.63 และสงสัยใครเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งถูกสอบตั้งแต่เวลา 11.10 - 16.30 น. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในขณะที่หลักฐานการค้นบ้านนายไชย์พล ที่ตำรวจนำไปเป็นหลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่ เสื้อหม้อห้อม กางเกงยีน และรองเท้าบูท รองเท้าหุ้มส้น กางเกงกีฬาสีดำและสีขาว

นอกจากนี้หลักฐานเพิ่มเติมที่ตำรวจลงพื้นที่เก็บในวันที่ 17 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ได้แก่ กระสอบปุ๋ย ถุงมือ และขนสุนัข

ในวันที่ 11 พ.ค.63 เวลา 08.20 - 09.22 น. ลุงไชย์พลอยู่ที่สวนยาง โดยมีพยาน คือ แม่น้องชมพู่ ภรรยา และนางนลิน ส่วนเวลา 09.00 น. กลับมาถึงบ้าน โดยมีพยาน คือ ภรรยา และในเวลา 09.45 - 10.00 น. ออกจากบ้านไปภูผาแอก ระยะห่างจากบ้าน 2 กม. ใช้วเลา 15 นาที กระทั่งเวลา 10.00 - 10.20 น. ไปรับพระ

ล่าสุดวันที่ 1 ก.ค.63 ทีมข่าว เดินทางลองทดสอบ “ขับรถยนต์ออกจากบ้านลุงไชย์พล” ซึ่งลองจำลองตั้งแต่ถอยหลังออกจากบ้านลุงไชย์พล จากนั้นขับรถไปตามทางหมู่บ้าน ใช้ความเร็วเฉลี่ย 20-30 กม./ชม. จากนั้นก็เลี้ยวเข้าซอยวัด ก่อนที่จะขับไปตามทาง ภายในเป็นถนนซีเมนต์ ซึ่งค่อย ๆ แคบลงเรื่อย ๆ


กระทั่งเหลือ 1 เลน โดยระยะก่อนถึงวัด ประมาณ 1 กม. พบว่าถนนเป็นดินแดง ตลอดทางไปจนถึงวัด ทีมข่าวจอดรถที่หน้าศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นจุดที่ลุงไชย์พล จอดรับพระช่วงวันเกิดเหตุ ใช้เวลารวม 7.36 นาที ซึ่งความเป็นจริง ลุงไชย์พล จอดรถที่ปากซอยเข้าวัด มีการทักทายชาวบ้าน 1 คน เพื่อชักชวนกันไปส่งพระ

ลุงไชย์พล กล่าวว่า กรณีที่รับส่งพระในวันที่น้องชมพู่หายไป ซึ่งในตอนที่ถูกสอบสวน ตนได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ไปทั้งหมด แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะคลายความสงสัยหรือไม่ ซึ่งในวันที่ 11 พ.ค.63 นั้น ตอนที่ตนออกจากบ้าน เวลาประมาณ 09.50 น. น่าจะไม่เกิน และไปรับพระที่วัดภูผาแอก ถึงวัดประมาณ 10.00 น. และตนก็เข้ามาที่บ้าน และเข้ามาถึงบ้าน "ป้าถอน" เวลาประมาณ 10.00 น. ไม่เกิน 10.30 น. ซึ่งภรรยาขับรถมาที่บ้านแม่ถอนและบอกว่าน้องชมพู่หายไป ซึ่งตอนนั้นตนก็คิดว่าหลานไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้เอะใจ จึงได้ขับรถไปส่งพระที่ อ.หนองสูง ซึ่งตนเคยชี้แจงกับเจ้าหน้าที่และเซ็นชื่อรับรองไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะคลายความสงสัยหรือไม่ ถ้าเขาสงสัยก็คงเรียกตนไปให้ปากคำเพิ่ม

ทีมข่าวมาสอบถาม นางวงศ์ ปู่ฝ้าย ชาวบ้านที่ลุงไชย์พลชักชวน เปิดเผยว่า วันที่ 11 พ.ค.63 ช่วงเช้าตนเองออกไปตัดหญ้ามันที่สวนช่วง 06.00 น. กลับมาที่บ้านประมาณ 8.00 น. จากนั้นก็อาบน้ำ กินข้าว แล้วช่วง 09.00 น. ตนเองจึงเดินออกมาที่บ้านนายเฉลิม หรือ ป้ายุ ไปนั่งอยู่กับป้ายุ เมียผู้ใหญ่บ้าน รวมตนเป็น 3 คน ก็นั่งคุยกันปกติ


จากนั้นช่วงใกล้เวลา 10.00 น. ลุงไชย์พล ก็ขับรถกระบะมา และจอดตรงข้ามบ้าน ก่อนที่จะลดกระจกทักทายตนสั้น ๆ ถามว่าจะไปส่งพระด้วยกันไหม ตนก็ปฏิเสธ บอกว่าร้อน จากนั้นก็ไม่ได้สนใจลุงไชย์พล ตนนั่งหันหลังให้ถนน ก็ไม่ทราบลุงไชย์พลไปไหน แต่เท่าที่สังเกตลุงไชย์พล มาเพียงคนเดียว

ส่วนตัวยืนยันว่าตอนที่ลุงไชย์พลมา ตนยังไม่ทราบเรื่องย้องชมพู่หายตัวไป เวลาผ่านไปนานพอสมควรเพื่อนบ้านจึงเดินมาหาตน บอกว่าน้องชมพู่หายตัวไปแล้ว ให้ออหไปช่วยกันตามหา ตนเองนั่งรอเพื่อนอยู่ถึงเวลา 12.00 น. กว่าตนจะออกไปช่วยค้นหา ซึ่งก็ไปถึง 18.00 น. และวันที่ 12-14 พ.ค.63 ตนก็ไปช่วยค้นหาชมพู่ทั้งวันเช่นกัน ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องรถแบ็กโฮ ตนไม่เห็น และไม่เห็นเบาะแสใด ๆ

ล่าสุดนั้นหากได้เหห็นปฏิริยาแม่น้องชมพู่ หลังลุงพลโดนตกเป็นผู้ต้องสงสัยอีกรอบ จะเห็นได้ว่ามีท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวด้วยอาการร่าเริงแจ่มใส ซึ่งทำให้หลายคนต่างสงสัยว่าน้องชมพู่ ซึ่งเป็นลูกสาว แต่ทำไมไม่สลด และยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้ตลอดอีกด้วย แต่ที่ทำให้หลายคนนั้นถึงกับสะดุดใจนั่นก็คือการพูดให้สัมภาษณ์ถึงน้องชมพู่ แคชต่กลับพูดจาติดๆขัดๆ

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว

No comments