อุตตม ประกาศแล้ว เปิดกลุ่มที่ข้อมูลผิดพลาด ไม่ต้องรอเงินเข้า

Share:


วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 กระทรวงการคลัง เผยว่า คาดว่าภายในวันที่ 17 พ.ค. 2563 จะสามารถบริหารจัดการข้อมูลผู้ลงทะเบียนทั้งหมดให้แล้วเสร็จได้ในระดับ 98-99% โดยอาจมีกลุ่มที่ตกค้างบ้าง เช่น กลุ่มที่ขอข้อมูลเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้เข้ามาให้ข้อมูล และกลุ่มผู้ขอทบทวนสิทธิที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ลงพื้นที่แล้วแต่ไม่พบตัว เนื่องจากปัจจุบันไม่ได้อยู่ตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้ตอนขอทบทวนสิทธิ์ กรณีนี้จะส่งต่อข้อมูลให้ผู้พิทักษ์สิทธิ์ในจังหวัดที่ท่านอยู่ในขณะนี้รับไปเป็นผู้ดูแลต่อไป ซึ่งจะใช้เวลาในการดำเนินการเพิ่มขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง ได้ขยายเวลารับเรื่องร้องเรียนทุกข์ ตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ที่กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 พ.ค. 2563 (เว้นวันหยุดราชการ) ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.


ในกลุ่มที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เพราะข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่ถือว่าลงทะเบียนไม่ผ่านเพราะมีปัญหาด้านบัตรประชาชน 1.7 ล้านคนนั้น กระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นว่า ควรได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ หลังจากนั้น ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูล เพื่อหามาตรการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ต่อไป



นายอุตตม กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีกองทุนการออมแห่งชาติหรือกอช. ออกข่าวว่า จะมีการเปิดลงทะเบียนใหม่ในมาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษาพาร์ทไทม์นั้น ยืนยันว่า ไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่ หลังจากปิดลงทะเบียนไปเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา และการจ่ายเงินจะยึดเกณฑ์จากการประกอบอาชีพเป็นหลัก หากนักศึกษาทำงานด้วยเพื่อเก็บเงินไปเรียน กรณีแบบนี้ ได้รับเงินเยียวยาแน่นอน


แต่นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ ถ้ายังไม่ได้รับเงินก็สามารถยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม ส่วนนักศึกษาพาร์ทไทม์ที่ยังไม่ลงทะเบียน คงไม่ได้รับเงิน ถือว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ซึ่งรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า กอช.ออกข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะเปิดลงทะเบียนใหม่ในมาตรการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษาพาร์ทไทม์ เป็นข้อมูลที่ผิดพลาดและเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งผู้บริหารกระทรวงการคลังสั่งให้ถอดข่าวดังกล่าวออกจากเว็บเพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลังรวมถึงในเว็บไซต์กระทรวงการคลัง ในทุกช่องทางแล้ว โดยในเรื่องการลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน อยากให้ยึดข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และจากทางสำนักงานรัฐมนตรีจะเป็นข้อมูลเป็นทางการ

No comments