ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน ข้อมูลตีกลับ 4.05 ล้านคน รีบแก้ไขตามขั้นตอน ถ้าไม่อยากทิ้งสิทธิ์

Share:


******วันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เข้าไปใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมากจนทำให้ระบบล่ม ซึ่งนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีที่เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 รายละ 5000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนนั้น รวมเป็น 15000 เกิดปัญหาเนื่องจากก่อนเปิดระบบมีประชาชนสนใจรอลงทะเบียนที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com กว่า 2 ล้านคน และในช่วง 5 นาทีแรกของการลงทะเบียน มีผู้เข้ามาลงทะเบียนมากถึง 20 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากและเกินกว่าที่ระบบจะรองรับได้ที่ 3.48 ล้านคนต่อนาที



ทั้งนี้ จึงขอเตือนไปยังกลุ่มผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้หยุดการกระทําทันที เนื่องจากในขณะนี้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด และพร้อมจะดําเนินการตามกฎหมายทันที หากพบผู้กระทำผิด


ส่วนทางด้าน สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chao Jiranuntarat หรือ นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หนึ่งในทีมดูแลระบบลงทะเบียนของเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เผยยอดผู้เข้าลงทะเบียน เมื่อเวลา 23.16 น. ของวันที่ 23 มี.ค.63 ก่อนจะมีการปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับระบบลงทะเบียนรับเงินมาตรการ 5 พันบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.63 ที่ผ่านมา ทางนายสมคิดได้โพสต์โดยระบุว่า ยอดผู้ลงทะเบียนรวม 23 ล้านคนแล้ว โดยข้อมูลบัตรประชาชนตรวจสอบกับกระทรวงมหาดไทยแล้วถูกต้อง 17.04 ล้าน ไม่ถูกต้อง 4.05 ล้าน



โพสต์ตัวเลขล่าสุด


โดยในกรณีระบบคัดกรองและพิจารณาว่า ไม่ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ตรง จะสามารถลงทะเบียนใหม่ได้หรือไม่

คำตอบ ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com จะมีเหตุผลชี้แจงว่าไม่ผ่านคุณสมบัติเนื่องจากสาเหตุใด และผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกตัดสิทธิ์ทันที และไม่สามารถลงทะเบียนใหม่ได้



ท่านที่ไม่ได้สิทธิ์ไม่เป็นรัฐมีมาตราการรองรับไว้อยู่ ต่อรอชงเข้า ครม พิจารณา อนุมัติ ทั้งนี้อย่าลืมเช็คสิทธิ์ของท่านกันนะ ส่วนท่านใดไม่เข้าใจส่วนไหนให้ปรึกษาผู้รู้ เพื่อความถูกต้องและชัดเจน ขอบคุณคะ

ขอบคุณ ธนาคารกรุงไทย

No comments