อุตุฯเตือน ฝนถล่มฟ้าคะนอง อุณหภูมิลดฮวบ ถึงวันที่ 25

Share:


*****เมื่อวันที่ 19 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ กรมอุตุฯ เผยอากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2563 25 มกราคม 2563 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 19 20 มค 63 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศยังคงเย็นถึงหนาว โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 1 ถึง 2 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4 ถึง 15 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 20 21 มค 63 บริเวณภาคเหนือตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกตามบริเวณชายฝั่ง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเป็นบางพื้นที่ และในช่วงวันที่ 22 25 มค 63 บริเวณภาคเหนือตอนบนอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคอื่นๆ มีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า

สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 19 23 ม ค 63 จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 19 21 มค 63 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก และในช่วงวันที่ 22-25 ม.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ รักษาสุขภาพเนื่องสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย และชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 19 23 มค 63

ลักษณะสำคัญทางอุตุ ลักษณะสำคัญทางอุตุ ในช่วงวันที่ 19 21 มค 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง ประกอบกับ คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนจะพัดผ่านประเมียนมาเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 22 25 มค 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น และบริเวณความกดอากาศสูงนี้ได้เคลื่อนไปปกคลุมประเทศลาว เวียดนาม และทะเจีนใต้ และทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนได้เคลื่อนผ่านออกไปปกคลุมประเทศลาวและเวียดนาม ทำให้ภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง และบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 19 23 มค 63 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรงขึ้น

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 19 21 มค 63 จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งทางตอนบนของภาค

อุณหภูมิต่ำสุด 13 ถึง 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 ถึง 20 กม ชม

บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4 ถึง 14 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 22 25 มค 63 อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 1 ถึง 3 องศา

อุณหภูมิต่ำสุด 10-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 ถึง 20 กม ชม

บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2 ถึง 12 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 19 21 มค 63 อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิลดลง 1 ถึง 2 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิต่ำสุด 15ถึง 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32ถึง 34 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10ถึง 25 กม ชม

ในช่วงวันที่ 22 25 มค 63 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

อุณหภูมิต่ำสุด 17ถึง 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 ถึง 35 องศาเซลเซียส


บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10ถึง 15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10ถึง 25 กม ชม

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 20 21 มค 63 มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค

ในช่วงวันที่ 22 25 ม ค 63 เมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32ถึง 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10ถึง 20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 19 21 มค 63 มีเมฆบางส่วนโดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 ถึง 35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 ถึง 30 กม ชม ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 20ถึง 24 มค 63 มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า

อุณหภูมิต่ำสุด 21ถึง 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31ถึง 34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10ถึง 30 กม ชม ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก ในช่วงวันที่ 19 23 มค 63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ถึง 40 ของพื้นที่

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15ถึง 30 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20 ถึง 35 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ในช่วงวันที่ 24 25 มค 63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10ถึง 20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค

อุณหภูมิต่ำสุด 2024 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30ถึง 34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15ถึง 30 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15ถึง 35 กม ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1ถึง 2 เมตร


ภาคใต้ ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 19 22 มค 63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20ถึง 30 ของพื้นที่

ในช่วงวันที่ 23 24 มค 63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10ถึง 20 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 22ถึง 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32ถึง 35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 15ถึง 30 กม ชม ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นช่วงวันที่ 20 21 มค 63 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 24 ถึง 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 ถึง 35 องศาเซลเซียส

ในช่วงวันที่ 22 25 มค 63 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า

อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33ถึง 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10ถึง 20 กม ชม

No comments