หนุ่มขี่รถจยย ไปรับภรรยา เสียหลักล้ม 10 ล้อตามหลัง ทับหัวเละ ดับคาที่

Share:


*****วันนี้ 19 มกราคม 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ ต ต ศุภชัยณกร เปี่ยมลาภ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่าเรือ อ ท่ามะกา จ กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก10 ล้อทับคนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายพระแท่น ท่าเรือ หมู่ 16 ต พระแท่น อ ท่ามะกาฯ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ มะการักษ์ จากการตรวจสอบที่กิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งยาวบริเวณหน้า รพ สต พระแท่นฯ



พบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพขุนรัตนาวุธของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ดูแลการจารจรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนตามมาอีก ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายนอนคว่ำหน้าในสภาพกะโหลกศีรษะแตกมันสมองกระจาย ซึ่งเป็นภาพที่น่าสยดสยองต่อผู้พบเห็น ตรวจสอบหลักฐานทราบชื่อผู้ตายตามบัตรประชาชนชื่อนายโกเมศ เซี้ยงฉิน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 16 ต บ่อสุพรรณ อ สองพี่น้อง จ สุพรรณบุรี ผู้ตายมีอาชีพทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่บริษัท อโกเทคไทย จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานทำปุ๋ย

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายโกเมศ ผู้ตายได้ขี่รถ จยย ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอ 125 ซีซี.สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กญ 8313 กาญจนบุรี ซึ่งล้มคว่ำอยู่ห่างจากจุดที่พบศพไปประมาณ 50 เมตรในสภาพที่ตัวรถไม่มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชน มีเพียงร่องรอยล้มคว่ำเอง เพื่อไปรับภรรยาที่ทำงานเป็นแม่ครัวโต๊ะจีนอยู่ที่ อ ท่าม่วงฯ



ซึ่งจากปากคำให้การของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังขี่รถมาตามถนนสายดังกล่าวด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งยาว อยู่ๆ รถของผู้ตายได้เสียหลักแหกโค้งล้มคว่ำลง ทำให้ร่างของผู้ตายกระเด็นตกจากรถซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่รถบรรทุก10 ล้อบรรทุกอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลวิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิดบดทับศีรษะและลำตัวของผู้ตายจนเสียชีวิตคาถนน โดยที่คนขับรถบรรทุก10 ล้อไม่ได้จอดรถลงมาดูแต่อย่างใด แต่กลับขับรถวิ่งไปตามถนนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดบริการประชาชนตำบลพระแท่นฯ ทราบเรื่องจึงรีบนำกำลังติดตามไปจับกุมรถบรรทุก10 ล้อ คันนี้เอาไว้ได้ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนศพของนายโกเมศ ผู้ตายได้มอบให้หน่วยกู้ชีพฯ มูลนิธินำไปเก็บรักษาไว้ที่ รพฯ เพื่อรอญาติไปติดต่อขอรับศพไปดำเนินการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป


Cr:siamnews

No comments