##มูลนิธิกระจกเงา ปวดใจ ไร้ระบบติดตามนักโทษ แฉลักพาเด็กก่อเหตุซ้ำ แถมฆ่าปิดปาก

Share:


******จากกรณี คดีสะเทือนขวัญที่ก่อโดยนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง โดยเลือกเหยื่อเป็นผู้หญิง กระทำการทารุณให้เสียชีวิตก่อนตายทุกราย ซึ่งสุดท้ายแล้ว ถูกจำคุก 14 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วก่อคดีซ้ำ ซึ่ง กรมราชทัณฑ์ ยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดบกพร่องในกระบวนการกลั่นกรองเพื่อลดโทษ ทำให้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น

เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ผมมีประวัติผู้ก่อเหตุลักพาตัวเด็กอยู่เกือบ 20 คน บางคนก่อเหตุซ้ำหลายครั้ง บางคนมีวิธีการที่โหดเหี้ยมด้วยการฆาตกรรมปิดปาก แต่ละคนมีวิธีการและรูปแบบ ตลอดจนพื้นที่ในการก่อเหตุที่แตกต่างกัน ผมเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ สำหรับเปรียบเทียบเวลาเกิดคดีเด็กหาย แล้วผู้ก่อเหตุอาจมีลักษณะใกล้เคียงกับใครจะได้ง่ายขึ้นในการติดตามตัว

ขณะผมบันทึกข้อมูลผู้ก่อเหตุ บางคนรับโทษอยู่ในเรือนจำ บางคนพ้นโทษแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ผมไม่รู้สถานะปัจจุบันของพวกเขา เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ก่อเหตุลักพาตัวเด็กที่ผมมีข้อมูลไว้ ก็ก่อเหตุซ้ำหลังพ้นโทษ ในพื้นที่ใหม่ แต่วิธีการแบบเดิม

เรื่องข้อมูลบุคคลพ้นโทษ ในคดีทางเพศ คดีข่มขืน คดีกระทำทางเพศเด็ก ตำรวจสอบสวนกลางเคยพยายามทำสิ่งนี้ เพื่อติดตามบุคคลพ้นโทษในเชิงการป้องกันหรือป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ ผมไม่แน่ใจว่ายังมีการทำข้อมูลไว้หรือไม่ ปัญหาขององค์กรตำรวจ ในอะไรที่เป็นแบบนี้ คือ แนวคิดจะติดตัวบุคคล เมื่อโยกย้าย ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เกษียณอายุ ก็ล้มเลิกสูญหายไปเพราะสิ่งนี้ต้องใช้กำลังคน เวลา งบประมาณ และความตั้งใจ ในการทำต่อเนื่อง มันไม่ได้เห็นผลในวันสองวัน

การติดตามไล่ล่า หลังคนร้ายก่อเหตุซ้ำมันน่าเจ็บปวด แต่ก็ไม่สามารถมีใครไปไล่ติดตามบุคคลพ้นโทษได้ทั้งหมด แถมยังมีผู้ก่อเหตุรายใหม่เกิดขึ้นอีกนับไม่ถ้วน เดือนธันวาคมปี 2556 คือ ช่วงเวลาที่จับคนร้ายลักพาตัวและฆาตกรรมเด็กต่อเนื่อง 3 ศพ ในปีเดียวกัน ผมอยู่ในเหตุการณ์นั้นตั้งแต่ต้นจนจบ รับรู้ได้เลยว่า บ้านเราตื่นตัวแค่หลังเกิดเหตุ แต่ไม่ได้จริงจังกับการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่นานก็มีเด็กถูกลักพาตัวและถูกฆาตกรรมเหมือนเดิม

นี่ยังไม่รู้เลยว่า ผู้ก่อเหตุกับเด็กเมื่อปี 2556 จะพ้นโทษเมื่อไหร่และเมื่อเวลาพ้นโทษมีใครบ้างจะติดตามเฝ้าดูเขา หรือจะได้เฝ้าดูเขาอีกครั้งหลังก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง


โพสต์ดังกล่าว



ขอบคุณ เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข

No comments