##ครูปัดประมาท ยืนดูห่าง 3 เมตร เห็นว่ายน้ำท่าปลาดาว รู้อีกที จมน้ำเสียชีวิต

Share:


******วันที่ 6 ธันวาคม 62 ความคืบหน้ากรณีพ่อแม่เด็กหญิง ป4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ ปากเกร็ด จ นนทบุรี ร้องขอความเป็นธรรมหลังส่ง ดญ มันตา ลูกสาววัย 9 ขวบ ไปเข้าค่ายกับโรงเรียน 3 วัน 2 คืน แต่ไปวันแรก 19 ตค 62 ลูกก็จมน้ำเสียชีวิต และผ่านมา 49 วัน ครอบครัวระบุว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรม และติดใจที่โรงเรียนปรักปรำว่าลูกป่วยมีโรคประจำตัว ทั้งที่ร่างกายแข็งแรง โยนความรับผิดชอบว่าไม่ได้มาจากความผิดพลาดของโรงเรียนที่ปล่อยปละละเลยเด็ก ขณะไปร่วมกิจกรรมต่างจังหวัด

ล่าสุด นายคำรณ คงแย้ม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงเรียนชลประทานวิทยา ยืนยันว่า ไม่มีบุคลากรคนใดของโรงเรียนไปให้ข่าว่าเด็กหญิงที่จมน้ำเสียชีวิตเป็นโรคประจำตัว ขณะเดียวกันกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนเยียวยาที่ทำได้ และไม่ได้เพิกเฉย ส่วนสินไหมที่ผู้ปกครองทักท้วงทวงถามมาอยู่ในขั้นพิจารณา

ขณะที่ นางจิราภรณ์ เรืองเดชา แม่น้องมันตา เปิดเผยว่า มีการเจรจาไปแล้ว 3 รอบ แต่พูดคุยที่โต๊ะเจรจาได้ไม่เกิน 10 นาที เพราะเรายื่นข้อเสนอไปแต่เขาก็ไม่ตอบรับ ตนสุดท้ายเรามองว่าเขาประเมินค่าลูกสาวเราต่ำไป เราเรียกไปประมาณ 21 ล้านบาท แต่เขาเสนอมา 1 ล้านบาท ตนเองมีฐานะกินอยู่สบายอยู่แล้ว แต่ลูกของตนเองประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ มันมีค่ามากกว่านั้น หากเทียบกับต้องสูญเสียลูกคนหนึ่งที่อนาคตไกลไป

ตนจึงตัดสินใจดำเนินการให้ตำรวจจัดการ ยืนยันว่าไม่เคยถือโทษโกรธครูปราโมทย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าเลย เพราะเข้าใจดี เราเข้าใจหัวอกเขาในฐานะผูเปกครองที่มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกัน รู้จักกันมานาน แต่นี่คือสิ่งที่ต้องดำไเนินการไปตามกฎหมาย เพราะตนเองก็เสียลูกไป ยอมไม่ได้

ด้าน นายปราโมทย์ ใยจุ้ย ครูหัวหน้ากิจกรรมโครงการค่ายวิทยาศาสตร์ ยอมรับว่าตนเองก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนั้นตนเองก็ได้กล่าวคำขอโทษแม่น้องมันตาไปแล้ว และพยายามช่วยเต็มที่แล้ว ทำให้ดีที่สุดแล้ว ความรู้สึกเสียใจในวันนั้นมันก็ยังติดค้างอยู่ในใจมาจนถึงทุกวันนี้ กินข้าวกินปลาก็ยังไม่ค่อยได้ นอนก็ไม่ค่อยหลับ เพราะน้องมันตาก็เป็นลูกศิษย์ และเปรียบเหมือนเป็นลูกตนเองคนหนึ่ง

วันเกิดเหตุตัวเองก็อยู่ในสระน้ำด้วย โดยวันนั้นเวลาประมาณ 16 00 น ตามกำหนดการของบริษัทจัดงานที่โรงเรียนว่าจ้างเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ได้ปล่อยให้เด็กพักผ่อนตามอัธยาศัย เด็กทุกคนก็เริ่มทะยอยเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ และลงมาเล่นน้ำที่สระแล้ว โดยมีครู 3 คน ยืนประจำการคอยดูแลความปลอดภัยของเด็ก


ซึ่งระดับน้ำจากพื้นสระที่เด็กเล่นสูงไล่ระดับประมาณ 70 เซนติเมตร ขณะนั้นยืนยันว่าน้องมันตาไม่มีสัญญาณขอความช่วยเหลือบอกเหตุว่าจะจมน้ำเลย เพราะครูผู้หญิงที่อยู่ใกล้น้องมันตามากที่สุดเล่าว่า น้องมันตาไม่ยกมือ หรือตะเกียกตะกายเพื่อส่งสัญญาณให้ช่วยเหลือ เห็นเพียงคว่ำหน้าลอยน้ำคล้ายท่าปลาดาว มีการเคลื่อนไหวเล่นน้ำปกติ

กระทั่งเพื่อน ๆ และครูเห็นว่าน้องมันตาแน่นิ่งไป จึงรีบเข้าช่วยเหลือตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด โดยพาขึ้นมาขอบสระเพื่อปฐมพยาบาล และนำส่งโรงพยาบาลในทันที นับจากเวลาลงเล่นน้ำประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

ทั้งนี้ ตนเองโดนตั้งข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ยืนยันว่า 9 ปีที่เป็นครู แต่มาเกิดเหตุแบบนี้ก็เสียใจ ตนเองก็มีลูกสาวเหมือนกัน พูดในฐานะพ่อคือลูกตนเองโตกว่าน้องมันตา 2 ปี ทุกวันนี้กลับไปบ้านเห็นหน้าลูกสาวก็นึกถึงน้องมันตา ทำให้ร้องไห้ทุกวัน กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ เมื่อถึงวันที่ครอบครัวจะทำพิธีเผาศพน้อง ตนเองขอบวชหน้าไฟอุทิศบุญกุศลให้น้องมันตาด้วย

ด้านนางชะอ้อน เกื้อกูลสงฆ์ อายุ 67 ปี ยายของน้องมันตา พาดูข้าวของเครื่องใช้ของน้องมันตาที่ยังอยู่ครบทุกสิ่งอย่าง ไม่เคลื่อนย้ายไปไหน นอกจากนี้ ยายยังให้ทีมข่าวดูเหรียญรางวัลของน้อง เนื่องจากผู้เสียชีวิตเรียนเก่ง และเป็นเด็กกิจกรรม

างชะอ้อนเล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองเลี้ยงหลานคนนี้มาตั้งแต่ 1 เดือนแรกคลอด เพราะแม่ต้องทำงาน คอยดูแลกันมาจนโต รักและสนิทกันมาก พอทราบข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่าหลานจากไป ตนแทบล้มทั้งยืน ทิ้งโทรศัพท์แล้วช็อก ทรุดลงไปกับพื้น ตอนนั้นตาของน้องมันตาต้องมาช่วยพยุงตัวขึ้นไปนั่งพักบนเก้าอี้ แต่ต้องพยายามเข้มแข็งเพื่อปลอบใจลูกสาวบอกว่า น้องมันตาทำบุญมากับเราแค่นี้ ปลอบลูกไปตัวเองก็สุดกลั้นน้ำตาร้องไห้ไปด้วย

ทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้ จึงต้องการเรียกร้องความยุติธรรม อยากให้เห็นใจพวกเราบ้าง อยากให้เข้าใจบ้างว่าถ้าเป็นลูกหลานเขาของคนใดคนหนึ่งของครูในโรงเรียน หรือวผู้บริหาร เขาจะรู้สึกอย่างไร

No comments