#ผอ.รพ.เผยสาเหตุ ศพลืมตาก่อนเข้าเตาเผา.

Share:


******วันที่ 24 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี คุณยายพินิจ โสภาจร อายุ 70 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยญาตินำศพใส่โลงเย็นจัดพิธีศพ 3 วัน ก่อนเคลื่อนไปยังวัดอัมพะวัน เพื่อทำฌาปนกิจศพ แต่ปรากฎว่าขณะสามีกำลังจะล้างหน้าศพครั้งสุดท้ายก่อนนำโลงเข้าเตาเผาศพ นางพินิจกลับลืมตาขึ้นมา จนกระทั่งล่าสุดชีพจรหยุดเต้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยครอบครัวรอร่างให้คุณยายแข็งก่อนนำไปฌาปนกิจศพที่วัดอีกครั้ง

โดยเรื่องนี้ ที่ร.พ.ศูนย์อุดรธานี นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.โรงพยาบาล เปิดเผยกรณีคุณยายว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้ถูกนำตัวส่งร.พ.ศูนย์อุดรธานี เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังถูกส่งตัวต่อมาจากร.พ.หนองหาน ซึ่งเอ็กซ์เรย์มาแล้วว่ามีเส้นเลือดใหญ่ที่ไปอุดตันในสมอง ทำให้สมองขาดเลือด ผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้ ต้องให้ออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจมา และมีก้อนที่บริเวณลำคอก้อนใหญ่ที่เป็นไทรอยส์ เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 7-20 ต.ค.

ญาติก็ทราบว่าผู้ป่วยมีอายุ 70 ปี โอกาสฟื้นตัวได้น้อย จึงขออนุญาตนำผู้ป่วยกลับไปเพื่อให้เสียชีวิตที่บ้าน เมื่อกลับไปถึงบ้านได้ 2-3 วัน ก็ทราบว่าญาติได้ประเมินว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว จึงจัดพิธีทางศาสนา แต่ขณะที่กำลังจะทำพิธีฌาปนกิจศพอยู่นั้น ผู้เสียชีวิตได้ลืมตา ซึ่งในกรณีนี้อาจจะเกิดจากการที่ถูกความเย็นในโลงเย็นแล้ว

หรือช่วงที่เสียชีวิตมีเซลล์บางส่วนที่ฝ่อลงและบางลง เมื่อมีน้ำไปโดนขณะล้างหน้าศพก็อาจเป็นปฏิกิริยา กล้ามเนื้อเกิดปฏิกิริยากล้ามเนื้อหดตัวทำให้ตาลืมขึ้น ซึ่งหน่วยกู้ชีพเดินทางเข้าไปตรวจสอบแล้ว มีการใช้เครื่องมือกระตุ้นหัวใจ และวัดหาสัญญาณชีพ ก็พบว่าผู้เสียชีวิตไม่มีชีพจรแล้ว

นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า การประเมินการเสียชีวิต ทางการแพทย์มีอยู่เช่น สมองตาย หัวใจหยุดเต้น สิ้นลมหายใจ ก็สามารถลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว ในกรณีที่ตายผิดธรรมชาติก็จะมีแพทย์เข้าไปตรวจสอบ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยกลับไปหมดลมที่บ้าน

ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องเป็นผู้ลงความเห็นในการเสียชีวิต แต่ก็สามารถร้องขอให้แพทย์เข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 24 ชั่วโมงแรกร่างอาจจะแข็ง แต่พอผ่านไปหลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว ร่างกายกล้ามเนื้อจะอ่อนลง ซึ่งผู้เสียชีวิตรายนี้ร่างกายอ่อนลง เพราะเสียชีวิตมานานนั่นเอง.

No comments